แสดงกระทู้ - admin

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - admin

หน้า: [1] 2 3
13


สำหรับนักมวยคนนี้ อาจไม่ใช่ตำนาน แต่ก็ถือได้ว่า เป็นคนนำมวยไทยนั้นดังทั่วโลก ทำให้คนทั่วโลกรู้จัก ว่ามวยไทยนั้น อันตรายนั้น แค่ไหน ก็นับได้ว่าเป็นตำนานอีกคนไปแล้ว ร้อยตรี สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ ชื่อในวงการว่า บัวขาว เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 เป็นนักมวยไทย เชื้อสายกูย ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการการต่อสู้ระดับสากล โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่น เคยเป็นนักมวยไทยสังกัดค่ายมวย ป.ประมุข ส่วนสูง 174 เซนติเมตร น้ำหนัก 70 กิโลกรัม บัวขาวจัดเป็นหนึ่งในนักกีฬาอาชีพไทยที่ทำรายได้สูง โดยส่วนใหญ่มาจากการชกมวยที่ต่างประเทศ นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ไทยเรื่อง ซามูไร อโยธยา และใน พ.ศ. 2554 บัวขาวได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการไทยไฟต์ ที่ประเทศไทย ในรุ่น 70 กิโลกรัม ซึ่งได้เป็นแชมป์ของการแข่งขัน สรุป มวยไทย เกียรติประวัติ  ชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวท (ที่สนามมวยลุมพินี) ปี 2544 แชมป์ K-1 World MAX champion ปี 2004 และ 2006 เข้าชิงรอบสุดท้ายถึง 5 ครั้ง ได้แชมป์ 2 สมัย แชมป์ 2010 Shoot Boxing S-Cup World champion ปี 2553 คนไทยคนแรก และคนเดียวในประเทศไทย แชมป์ สภามวยไทยโลก ในพระบรมราชูปถัมภ์ WMC World champion ปี 2549, 2552, 2554, 2557 แชมป์ สภามวยโลก WBC Muaythai Diamond World Championship ปี 2557 แชมป์ ไหว้ครูมวยไทยสวยงาม สนามมวยลุมพินี ปี 2545 ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แชมป์มวยไทยไฟท์ ปี 2554, 2555 ถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่น ปี 2555 ถ้วยพระราชทาน กษัตริย์อัลแบร์ตที่ 2 แห่งโมนาโค แชมป์ “มอนติคาโล ไฟต์ติง มาสเตอร์” ปี 2557

14


การชกมวยไทยที่ดี มีหลักสำคัญ คือ มีการป้องกัน ด้วยการยืน มั่นคง เข้มแข็ง สูงเด่น การตั้งแขนป้องกัน (การการ์ดมวย) และการเก็บคาง เปรียบเสมือนป้อมปราการ เท้าหน้า จรดชี้ไปข้างหน้าวางน้ำหนักครึ่งฝ่าเท้า เท้าหลัง วางทแยงเฉียงกว้างกว่าหัวไหล่วางน้ำหนักเศษหนึ่งส่วนสี่ไว้ที่อุ้งนิ้วหัวแม่โป้ง

ขยับก้าวด้วยการลากเท้าหลังตามพร้อมที่จะหลอกล่อ ขยับเข้า ออก ตั้งรับและโจมตีตอบโต้ แขนหน้ายกกำขึ้นอย่างน้อยเสมอไหล่ หรือจรดสันแก้ม แขนหลังยกกำขึ้นจรดแก้ม ศอกทั้งสองข้างไม่กางออกและไม่แนบชิด ก้มหน้าเก็บคาง ตาเขม็งมองไปตรงหว่างอกของคู่ต้อสู้ พร้อมที่จะเห็นการเคลื่อนไหวทุกส่วน เพื่อที่จะรุก รับ หรือตอบโต้ด้วยแม่ไม้

ลูกไม้และการแจกลูกต่างๆ มีการเคลื่อนไหวที่องอาจมีจังหวะ มีการล่อหลอกและขู่ขวัญที่มีการเปรียบเทียบว่า “ประดุจพญาราชสีห์ และพญาคชสีห์” อาวุธมวยที่ออกไป ต้องมีเป้าหมายและจุดประสงค์แน่นอน (แต่มักซ้อนกลลวงไว้) มีการต่อสู้ระยะไกล (วงนอก) และระยะประชิด (วงใน) และมีทีเด็ดทีขาดในการพิชิตคู่ต่อสู้



แม่ไม้มวยไทย
แม่ไม้มวยไทย มี 15 ท่า ดังนี้: สลับฟันปลา (เดินมวยวงนอก), ปักษาแหวกรัง (เดินมวยวงใน), ชวาซัดหอก (ศอกวงนอก), อิเหนาแทงกฤช (ศอกวงใน), ยกเขาพระสุเมรุ (หมัดเสยวงนอก), ตาเถรค้ำฟัก (หมัดเสยวงใน), มอญยันหลัก (ถีบยัน), ปักลูกทอย (ศอกปักต้นขา), จระเข้ฟาดหาง (เตะเหวี่ยงฟาดกลับหลัง), หักงวงไอยรา (เข่าใต้ขา), นาคาบิดหาง (จับหักปลายเท้า), วิรุณหกกลับ (ถีบดักที่เข่า), ดับชวาลา (หมัดสอดทิ่มตรงเบ้าตา), ขุนยักษ์จับลิง (สอดแขนจับล็อคไพล่) และ หักคอเอราวัณ (โน้มคอตีเข่า)

แม่ไม้ และลูกไม้มวยไทย

ใช้สำหรับฝึกฝนการรุก การรับ ในการใช้จังหวะและอวัยวาวุธ ให้คล่องแคล่ว ทั้งวงนอก วงใน อันควรแก่การศึกษาเป็นแม่แบบ ที่รู้จักแพร่หลาย อาทิ จระเข้ฟาดหาง (หมุนตัวแล้วฟาดตวัดด้วยวงเท้าหลัง), เถรกวาดลาน (เตะกวาดล่างวงนอกรวบสองเท้าให้เสียหลัก), หนุมาณถวายแหวน (ชกหมัดตรง/หมัดเสยหรือหมัดเหวี่ยงข้างพร้อมกันสองมือ),

มอญยันหลัก (ถีบลำตัวให้เสียหลัก), หักงวงไอยรา (เหยียบคู่ต่อสู้เพื่อยกตัวเตะตวัดก้านคอ), บั่นเศียรทศกัณฑ์ (เตะก้านคอ), ปักลูกทอย (ปักศอกลงตรงหน้าขาคูต่อสู้), มณโฑนั่งแทน (กระโดดขึ้นปักศอกลงกลางกระหม่อม), หิรัญม้วนแผ่นดิน (ศอกกลับ), พระรามเดินดง (เตะแล้วต่อยตามข้างเดียวกัน)

มอญแทงกริช (ถองด้วยศอกบริเวณซี่โครงอ่อน), ฤๅษีบดยา (กระโดดปักศอกกลางศีรษะ), พุ่งหอกโมกขศักดิ์ (ตั้งศอกเหนือศีรษะพุ่งเข้าบริเวณใบหน้า),ไกรสรข้ามห้วย (กระทืบโค้งยันข้อพับขาอ่อน),ทะแยค้ำเสา (กระทืบยันบริเวณข้อหัวเข่า) ฯลฯ

ลูกไม้
มีทั้งลูกผสมและลูกแยก เพื่อใช้หลอกล่อและเผด็จศึก เช่น แตะตรงเตะ แตะถีบเตะ แตะตรงถีบเตะ การฝึกเตะ ได้แก่ เตะเฉียง เตะตัด เตะสลับ เตะช้อน เตะตวัด เตะสูง เตะสวาบ เตะพับนอกพับใน เตะคา เตะเขี่ยล่าง เตะกวาด กระโดดเตะ ตีลังกาเตะ

การฝึกถีบ ได้แก่ ลูกถีบหน้า ถีบหลัง ถีบยัน ถีบค้ำ ถีบแป ถีบจิก ถีบโค้ง กระโดดถีบ

การฝึกใช้ศอก ได้แก่ ลูกศอกตี ตัด งัด พุ่ง กระทุ้ง กลับ จูบศอกนอก จูบศอกใน ศอกคู่ ศอกปัก ศอกเฉียง ศอกเฉือน ขยี้ศอก กระโดดศอก

การฝึกเข่า ได้แก่ ลูกเข่าน้อย เข่าลา เข่าโค้ง เข่าตี เข่ากระทุ้ง เข่าลอย เข่าแหลม เข่าคา เข่าแทง เข่าตรง เข่ายัดไส้ เข่าพุ่ง เข่าข้าง

การฝึกหมัด ได้แก่ ลูกหมัดหน้า หมัดหลัง หมัดลัก หมัดอ้อม หมัดเกี่ยว หมัดสอย หมัดเสย หมัดสอด หมัดแหย่ หมัดค้ำ หมัดทะยาน หมัดคู่ หมัดรัว หมัดซ้ำ หมัดหนึ่งสอง หมัดชุดสามเหลี่ยม หมัดสี่เหลี่ยม

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ส่วนที่ไม่เป็นอาวุธในการป้องกัน สร้างจังหวะในการตอบโต้ เช่น การใช้ฝ่ามือในการบัง ปิด ปัด ดึง ดัน ผลัก โหน ค้ำ ขวาง กด ทุบ ตี ฟาด กระแทก และใช้เท้าในการเต้นในรูปแบบต่างๆ อาทิ ย่าง เหยาะ หย่ง กระทืบ กวาด หรือ การบัง ขวาง ขัด ค้ำ โล้ ข้าม คร่อม กระโดด ใช้หัวไหล่หรือลำตัวในการหลอกล่อ การทำลายจังหวะและ ฯลฯ

องค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของนักมวยไทย

ขนาดและความสมส่วนของร่างกายความเข้มแข็งของร่างกายและจิตใจจิตวิญญาณของมวยไทย Spirit of muaythai ได้แก่ ความสง่างาม(Smart) ความแข็งแกร่ง(Strenght) ความมีน้ำใจไมตรี(Smile) และ ความเรียบง่าย(Simply)สมาธิ ปฏิภาณ ไหวพริบความมีอารมณ์รื่นเริงเบิกบาน อ่อนน้อม อดทน อดกลั้น      ความศรัทธาเชื่อมั่นกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ความไม่ประมาทและการประเมินสถานการณ์ที่เหมาะสมความมีน้ำใจนักกีฬา ขยันหมั่นเพียร กล้าหาญ เสียสละการเห็นคุณค่าในความงามของศิลปะการป้องกันตัวแบบมวยไทย



การฝึกฝนวิชามวยไทย
การสมัครตัวเป็นศิษย์ต่อสำนักเรียน/ครูมวยที่ศรัทธาเชื่อถือ
การเตรียมร่างกายในด้าน ความอดทน แข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไว อ่อนตัว แข็งแกร่งทนทานต่อความเจ็บปวด
การฝึกประสาทตา หู สัมผัส
การฝึกใช้อวัยวะส่วนต่างๆตามลูกไม้ แม่ไม้เพื่อให้เกิดพิษสงที่ดีที่สุด
การฝึกกับอุปกรณ์ต่างๆเพื่อเพิ่มสมรรถภาพโดยรวมและโดยเฉพาะส่วน
การฝึกกับคู่ซ้อม/ครู
การฝึกแบบจำลองสถานการณ์จากน้อยไปหามาก
การฝึกประสบการณ์ตรงโดยมีผู้แนะนำแก้ไข/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์
การฝึกด้านจิตใจสำหรับนักต่อสู้ชั้นสูง
การจัดโภชนาการ การบริหารความเครียด การสร้างความผ่อนคลายและการบำบัดรักษาด้วยตนเอง/ผู้เชี่ยวชาญ
กติกา
ปัจจุบัน “กีฬามวยไทยอาชีพ บนเวทีมวยมาตรฐาน” และ “กีฬามวยไทยสมัครเล่น” เป็นการต่อสู้ที่มีกฏกติกาชัดเจน มีนายสนาม ผู้ขออนุญาตจัด มีผู้จัดชก (Promoter) มีกรรมการให้คะแนน และกรรมการตัดสินชี้ขาด (Judge/Julies/Referee) กรรมการตัดสินจะต้องมีอย่างน้อย สาม คน มีกรรมการตัดสินชี้ขาดบนเวที และกรรมการให้คะแนน การให้คะแนนนิยมให้เป็นยก ยกละ 10 คะแนน (ดูจากการใช้ศิลปะการป้องกัน การต่อสู้ ความบอบช้ำที่ได้รับ อันตรายจากบาดแผล การได้เปรียบเสียเปรียบ การคาดการณ์ผลสุดท้ายของการต่อสู้

การตัดคะแนนจากการเอารัดเอาเปรียบคู่ชกในขณะที่ไม่เหมาะสม, การถูกทำให้เสียหลักหรือล้ม, การถูกนับ ฯลฯ) ซึ่งพิจารณาโดยใช้หลักวิชา และประสบการณ์ของกรรมการที่ผ่านการตรวจสอบรับรองความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับ การชกจัดเป็นยกมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พัก 2 นาที (เดิมกำหนด 4 ถึง 6 ยก) มุ่งผลเพียงแค่ แพ้ ชนะ และการแสดงออกของศิลปะการต่อสู้ชั้นสูง ผู้ชกต้องแต่งกายตามกำหนด และมีการสวมมงคลคาดผ้าประเจียด และก่อนชกต้องมีการไหว้ครู

อุปกรณ์สำหรับนักมวยไทยที่สำคัญ
เครื่องแต่งกาย ได้แก่ กางเกงขาสั้น กระจับ ผ้าพันมือ นวม แบ็ค แองเกิล มงคล ผ้าประเจียด เสื้อคลุม ฟันยาง
อุปกรณ์ฝึกซ้อม ได้แก่ กระสอบทราย กระสอบนวม กระสอบยางรถยนต์ ล่อเป้าหมัด ล่อเป้าเตะ-เข่า พันชิ่งบอล ดัมแบล บาเบล กระบองสั้น พลองยาว เก้าอี้ซิทอัฟ เหล็กกำ เชือกกระโดด เชือกมะนิลา รองเท้าวิ่ง กระจกเงา ยางล้อรถยนต์ฝึกการทรงตัว ยางยืด หลักหัวเสา ราวไม้ รั้วต่ำ บาร์เดี่ยว บาร์คู่ เวทีฝึกซ้อม เสื่อ ไม้นวด เตาถ่านและลูกประคบฯลฯ
อุปกรณ์อื่น ๆ ได้แก่ วาสลิน กระป๋องฉีดน้ำ (ป็อกเกิล) ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู รองเท้าวิ่ง ถังน้ำ กระติกน้ำแข็ง เก้าอี้ เครื่องยาสำคัญ อาทิ น้ำมันมวย ยาหม่อง ยาดำ ยาขม ขมิ้นชัน ไพล บอระเพ็ด รางจืด พญาวานร หนุมานประสานกาย หมากพลู ปูนแดง สารส้ม ฯลฯ
มวยไทย มิใช่จะมีเฉพาะความเข้มแข็งของนักสู้ แต่มันมากด้วยจิตวิญญานของผู้กตัญญู ผู้อ่อนโยน ผู้เป็นมิตร ผู้อดทน ผู้ให้อภัย และผู้ร่าเริงเบิกบาน บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูกระด้าง อาจดูน่าเกรงขามแต่นั่น เพื่อตอบโต้แก่ผู้รุกราน บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูอ่อนด้อยน่าย่ำยี แต่นั่นเป็นกลลวงสำหรับผู้ที่เย่อหยิ่งจองหองเท่านั้น และทั้งหมดนั้นผู้ที่เป็นมวยซึ่งได้ผ่านสังเวียนการต่อสู้ ทั้งที่มีเกียรติ และไร้เกียรติมาอย่างโชกโชน ย่อมเข้าใจดีว่ามวยไทยที่เขาได้ใช้มันออกไป เพื่อแสดงอะไร

มวยไทยศิลปะการต่อสู้ มีพัฒนาการควบคู่มากับวิถีชีวิตของคนไทย จึงมีลักษณะผสมผสานด้านการต่อสู้เพื่อใช้ป้องกันตัวและต่อต้านการรุกรานของชนเผ่าอื่น แล้วยังรวมเอาการแสดงศิลปะลีลาของการใช้อวัยวาวุธ อันมีความหลากหลายพิสดารน่าดูไว้ ด้วยตามลักษณะนิสัยของคนไทยที่ชอบการแสดงออก ความสนุกสนานร่าเริง และเป็นมิตร ตลอดถึงความเป็นคนอ่อนน้อม กตัญญูรู้คุณคน ซึ่งถือเป็นหลักการของศิลปะการต่อสู้เฉพาะชนชาวไทย ที่มีรูปแบบที่แตกต่างจากชาติใดๆ ผู้ที่เรียนรู้ ฝึกฝนจนเข้าถึง และเข้าใจจึงจะสามารถคงเอกลักษณ์นี้ไว้ได้



เอกลักษณ์ของมวยไทย ผสานชั้นเชิงกับร่างกายให้เป็นอาวุธ

เอกลักษณ์ของมวยไทย ที่ทำให้มวยไทยมีความโดดเด่น และถือเป็นศิลปะชั้นสูงคือการใช้อวัยวะต่างๆ เป็นประดุจดังเกราะ และอาวุธ ใช้ชั้นเชิงไหวพริบ และวิชาเข้าต่อสู้กัน ไม่ใช่กำลังแต่เพียงอย่างเดียว ประกอบด้วย “ศาสตร์” อันได้แก่ การเรียนรู้จุดอ่อน จุดแข็งของร่างกายที่จะพิชิตและเอาชนะคู่ต่อสู้ “ศิลป์” คือ ลักษณะการใช้นวอาวุธอันมีรายละเอียดปลีกย่อยอย่างพิสดาร ทำให้มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมนต์ขลัง และเป็นการต่อสู้ที่มีชั้นเชิงเป็นที่ประทับใจ ของคนทั้งโลกการฝึกมวยโบราณ แบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน

เบื้องต้น ฝึกให้รู้จักป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยก่อนที่จะคิดทำผู้อื่น เรียกว่า ป้อง ปัด ปิด เปิด
ขั้นกลาง ฝึกเพื่อเป็นนักมวยต่อสู่บนสังเวียน คือ เข้ามวยเป็น สามารถตอบโต้แก้กลับคู่ต่อสู้ได้ เรียกว่า ทุ่ม ทับ จัก หัก (ควักนัยน์ตา)
ขั้นสูง ฝึกเพื่อเป็นนักรบ เป็นครูอาจารย์ไว้ใช้ในราชการสงคราม ประจำกองทนายเลือกและกองอาจารย์ เป็นจารบุรุษ อาทมาฏ สอดแนม ทหารเอก ทหารรอง นายกอง แม่ทัพ คือเรียนวิชาฆ่าคน (สงวนไว้ไม่สอนพร่าเพรื่อ) เรียกว่าประกบ ประกับ จับรั้ง เข้าข้างหลังหักก้านคอ
ไหว้ครู มวยไทย
การต่อสู้ในเชิงศิลปะมวยไทย ตามประเพณีโบราณต้องมีการไหว้ครู เพื่อให้ระลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา จะได้เป็นสวัสดิมงคลแก่ผู้ที่จะต่อสู้และให้จิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหว การไหว้ครูนิยมปฏิบัติคู่กับการร่ายรำมวยไทย ทั้งเป็นการสังเกตดูเชิงฝ่ายตรงข้ามโดยปริยาย เป็นการยืดเส้นยืดสาย เพื่อคลายความเคร่งเครียดทางจิตใจและกาย ก่อนที่จะต่อสู้กัน

ประวัติวันมวยไทย กำเนิดวันมวยไทย
ในการสถาปนาวันมวยไทยได้มีการประชุดความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ เพื่อพิจารณาบรรพบุรุษไทยตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน นับจากพ่อขุนรามค าแหงมหาราช สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ (สมเด็จพระนเรศวรมหาราช) สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาพิชัยดาบหัก และนายขนมต้ม

ทั้งนี้ เมื่อศึกษาพระราชประวัติ พระคุณลักษณะ พระเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้านศิลปะมวยไทย ของบรรพบุรุษไทยทั้งหมดแล้ว จึงมีมติให้เลือกวันสำคัญวันใดวันหนึ่งของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ เป็นวันมวยไทย

เนื่องด้วยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ เป็นพระมหากษัตริย์ที่โปรดการชกมวย และได้เสด็จไปทรงชกมวยกับสามัญชน นอกจากนี้แล้ว ยังทรงคิดท่าแม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบฉบับ ที่รู้จักกันในนาม ตำรับมวยไทยพระเจ้ำเสือ เป็นมรดกตกทอดสืบมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้กำหนดให้ วันเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ เป็นวันมวยไทย.

สถาปนาวันมวยไทย
มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่สำคัญยิ่งของชนชาติไทย เป็นหนทางหนึ่งที่จะยืนยัน และประกาศให้คนทั่วโลกรับรู้ว่า มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่มีการพัฒนาควบคู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน และเพื่ออนุรักษ์ส่งเสริม และเผยแพร่อย่างกว้างขว้างทั้งใน และต่างประเทศ

วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมวยไทย โดยถือกำเนิดที่สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) เสด็จขึ้นครองราชย์ (๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๒๔๕) ด้วยพระองค์มีพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทยอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) การส่งเริมคุณค่าของศิลปะมวยไทย การไหว้ครูมวยไทย การเฉลิมฉลองและการแข่งขันต่างๆการยกย่องเชิดชูเกียรติ และการส่งเสริมมวยไทยในต่างประเทศ

ขอบคุณเนื้อหาดีๆที่มา : คนมวย konmuay

15
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนชาติไทยมาตั้งแต่โบราณ นับเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่ประเภทหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ วันนี้เรามีเกร็ดความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับมวยไทยมาฝากกัน

 

     กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้เห็นความสำคัญ มวยไทย ( Muay Thai ) จึงได้ประกาศขึ้นทะเบียน “มวยไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 ซึ่งจะเป็นมาตรการสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของมวยไทย มาดูกันว่า 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมวยไทย มีอะไรกันบ้าง !

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 1 : ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9

     เมื่อก่อนมวยไทย ( Muay Thai ) ถูกเรียกว่า "ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9" ( Art of nine Limbs ) เพราะมีการต่อสู้โดยใช้อาวุธบนร่างกายทั้งหมด 9 จุด (นวอาวุธ) ได้แก่ หมัด 2, ศอก 2, เข่า 2,เท้า 2 และ หัว 1

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 2 : ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8

     เมื่อกี้ยังเป็นศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 แต่ไหงทำไมเหลือแค่ 8 ! ปัจจุบันชาวต่างชาติ มักจะรู้จักมวยไทย ( Muay Thai ) ในนาม “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8” ( Art of Eight Limbs ) นั่นก็เพราะว่า กติกามวยไทยปัจจุบัน ตัดการใช้หัวโขกออกไป และยก “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9” ( Art of Nine Limbs ) ให้เป็นของมวยพม่าแทน เพราะมวยพม่ายังสามารถใช้หัวโขกได้

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 3 : มวยคาดเชือก

     มวยไทยในอดีตต่อสู้ด้วยมือเปล่า หรือใช้ด้ายดิบ ที่เรียกว่า “คาดเชือก” ในการพันมือบ้างก็ไปถึงศอก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของมือและแขน นอกจากป้องกันการบาดเจ็บแล้วการคาดเชือกยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการออกอาวุธด้วย

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 4 : สนามมวยแห่งแรก

     รู้กันหรือไม่ว่า ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระยานนทิเสนสุเรนทรภักดี (แมค เศียรเสวี) ได้เริ่มจัดแข่งขันมวยไทยอาชีพครั้งแรกที่ “สนามมวยสวนกุหลาบ” ซึ่งเป็นสนามมวยถาวรแห่งแรกที่จัดการแข่งขันเป็นประจำ ต่อมาจึงเกิดสนามมวยอื่นๆ อีกมากมาย

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 5 : เวทีมวยระดับมาตรฐานแห่งแรกของประเทศไทย

     จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น้อมสนองพระราชดำริและมอบหมายให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง “สนามมวยราชดำเนิน” หรือ “เวทีมวยราชดำเนิน” ( Rajadumnern Stadium ) ขึ้น โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2484 และเสร็จสิ้นหลังสงครามในปี 2488 และเปิดทำการชกครั้งแรกในวันที่ 23 ธ.ค. 2488 โดยมีนายปราโมทย์ พึ่งสุนทร เป็นนายสนามคนแรก และเวทีมวยราชดำเนิน ได้กลายเป็นเวทีมวยระดับมาตรฐาน 1 ใน 2 ของประเทศไทย

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 6 : พระเจ้าเสือ กษัตริย์ผู้โปรดการชกมวย

     ในประวัติศาสตร์ถ้าใครได้ศึกษาหาอ่านจะรู้ว่า “สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8” พระมหากษัตริย์องค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา หรือ “พระเจ้าเสือ” พระองค์เป็นกษัตริย์ที่โปรดการชกมวยมาก ทรงคิดท่าแม่ไม้มวยไทยขึ้นมาเป็นแบบฉบับเฉพาะพระองค์ เรียกว่า “มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” และได้รับการถ่ายทอดเป็นตำรามวยไทยให้แก่คนรุ่นหลังจนถึงทุกวันนี้

 

     ครั้งหนึ่งพระองค์ยังเคยปลอมองค์โดยแต่งกายเป็นชาวบ้าน ออกไปชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของอำเภอวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง 3 คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย, นายใหญ่ หมัดเหล็ก และ นายเล็ก หมัดหนัก อีกด้วย

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 7 : “ขุนหมื่นครูมวย”

     ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดแข่งขันมวยคาดเชือกหน้าพระที่นั่ง ณ บริเวณหน้าพลับพลาทรงธรรม สวนมิสกวัน ในงานศพของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช โดยให้หัวเมืองทั่วประเทศคัดเลือกนักมวยฝีมือดีเข้าแข่งขัน หากนักมวยฝีมือดีชนะคู่ต่อสู้หลายคนเป็นที่พอพระราชหฤทัย ทรงโปรดฯ พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ เป็น “ขุนหมื่นครูมวย” ถือศักดินา 300 จำนวน 3 คน คือ

- นายปล่อง จำนงทอง จากเมืองไชยา เป็น “หมื่นมวยมีชื่อ”

- นายกลึง โตสะอาด จากเมืองลพบุรี เป็น “หมื่นมือแม่นหมัด”

- นายแดง ไทยประเสริฐ จากเมืองโคราช เป็น “หมื่นชงัดเชิงชก”

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 8 : หนุมานถวายแหวน อันลือลั่น

     นักมวยท่าเสา เมืองอุตรดิตถ์ “นายแพ เลี้ยงประเสริฐ” ผู้ที่ชก “นายเจีย พระตะบอง” นักมวยฝีมือดีจากแถบชายแดนตะวันออก ด้วยการสืบทิ่มหมัดหงาย เข้าที่ลูกกระเดือกในท่า “หนุมานถวายแหวน” อันลือลั่น จนนายเจียถึงกับหมดสติและสิ้นใจในเวลาต่อมา อันถือเป็นอุบัติเหตุและเป็นเหตุการณ์สำคัญในยุคสนามมวยหลักเมือง (ร.7 พ.ศ. 2466-2472)

     เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กฎกติกามวย ตลอดจนมีการบังคับให้สวมนวมแบบสากลแทน

 

เรื่องน่ารู้เรื่องที่ 9

     กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มีการสถาปนา “วันมวยไทย” ขึ้น โดยได้พิจารณาจากข้อเสนอต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ซึ่งในที่สุดได้เห็นชอบให้วันขึ้นเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) คือ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น “วันมวยไทย”

ที่มา : jaroenthongmuaythaisrinakarin.com

16


"บิ๊กหมู" สมยศ อรุณมาศ ลั่น ได้ไฟเขียวจากภาครัฐเมื่อไหร่ พร้อมจัดเมื่อนั้น ยอมรับไม่สามารถคาดวันได้ ต้องรอฟัง 3หน่วยงาน ตอนนี้ขอให้คู่ชิงปูนเสือ ซ้อมเหมือนนักรบรอออกศึก

การระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ระลอก 2 จนเป็นเหตุให้การดำเนินกิจการกีฬารวมถึงมวยไทยต้องหยุดชะงักไปตั้งแต่ปลายปี 2563 ตลอดเวลาที่ผ่านมามีเพียงแต่กระแสข่าวทางโลกโซเชี่ยล ไม่ว่าจะเป็น เวทีมวยสยามอ้อมน้อย-เวทีมวยลุมพินี เวทีมวยราชดำเนิน เวทีมวย อตก. 3 ว่าพร้อมจัด ทั้งมีกำหนดวันชกในเดือน กุมภาพันธ์ แต่กระนั้นก็ยังไม่มีการยืนยัน 100% เพียงแต่เป็นการคาดหวังทั้งสิ้น

ล่าสุดมีการปล่อยข่าว เวทีมวยช่อง 7 สีประกาศงดจัดการแข่งขันตลอดเดือน กุมภาพันธ์ อีก 1 เดือน

เกี่ยวกับข่าวดังกล่าว ผู้สื่อข่าว SMM SPORT มวยไทยรายวัน ได้ติดต่อสอบถามไปยัง "บิ๊กหมู" สมยศ อรุณมาศ รองนายสนามมวยเวทีมวยช่อง 7 สี ได้ชี้แจงว่า

 "ยังไม่มีอะไรคืบหยน้าทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่อาจจะตอบได้ในเวลานี้ว่า จะงดการจัการแข่งขันต่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ หรือ สามารถที่จะดำเนินการจัดการแข่งขันในระบบปิดได้  ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ 3 หน่วยงานหลักของภาครัฐ คือ ศูนย์บนริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรน่า 2019 หรือ ศบค.-การกีฬาแห่งประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย และทาง กทม. โดยผู้อำนวยการเขต ซึ่งช่อง 7 สีอยู่เขตจตุจักร ที่ผ่านมาช่อง 7 สีให้ความร่วมมือตลอดมาเมื่อได้รับหนังสือแจ้ง ทางการว่าอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตามเสมอ"


อย่างไรก็ตาม หากทางภาครัฐเปิดไฟเขียวให้มีการจัดการแข่งขันมวยในระบบปิดได้เมื่อใด เวทีมวยช่อง  7 สี ก็พร้อมดำเนินการจัดการแข่งขีนได้ทันทีเมื่อนั้น

ส่วนเรื่องคู่ชิงรอบปูนเสือ ระหว่าง ฉลามเสือ นายกเอท่าศาลา กับ ปราบพิภพ เอราวัณ ที่เดิมวางโปรแกรมชิงในวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม นี้ อาจจะได้ประเดิมเปิดหัวการกลับมาจัดรอบใหม่วันแรกเลยก็เป็นได้ หรืออย่างช้าก็นัดที่ 2 ซึ่งต้องขอปรึกษากับ โปรโมเตอร์ชุ้น พีรพงศ์ ธีรนะเดชพงศ์ เสียก่อน เพราะเป็นผู้ประสานทางหัวหน้าคณะและนักมวย ส่วนผมมีหน้าที่เดียวตอนนี้คือ รอไฟเขียวเท่านั้น ซึ่งเข้าใจว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่สถานการณ์อย่างเดียวว่า ควบคุมได้หรือควบคุมไม่ได้ และหากว่าได้รับไฟเชียวเมื่อใด เวทีมวยช่อง 7 สี จะแจ้งผ่านสื่อให้ทราบทันที   


17


คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ ขอค่าตัว 5 แสนบาท หากจะต้องไปชกกับ เทนชิน ซุปตาร์มวยญี่ปุ่น

มีข่าวคราวมาจากแดนปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่นว่า เทนชิน นาสึกาว่า ซุปเปอร์สตาร์ของวงการมวยประเทศญี่ปุ่น อยากจะจ้าง คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ ไปต่อกรถึงถิ่น โดยให้ค่าตัวเป็นเงิน  2 แสนบาท

แต่ทาง เสี่ยไพโรจน์ ผันโพธิ์ หัวหน้าคณะของ คมเพชร ยังไม่พร้อมส่งมวยตัวเองไปชกกับ เทนชิน และให้เหตุผลว่า เวลาการเตรียมตัวน้อย และต้องใช้เวลาทำมวยให้นักมวยมีร่างกายที่ดี ช่วงนี้มวยในประเทศงดนักมวยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย และที่สำคัญต้องไปกักตัวอีก 14 วัน ทาง เสี่ยไพโรจน์ จึงปฏิเสธไป

แต่ด้าน คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ โพสเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องนี้ว่า “ขอ 5 แสน เดี๋ยวผมไปให้กระทืบ 5555”

ส่งผลให้มีแฟนมวยเข้าไปคอมเม้นท์เป็นจำนวนมาก บ้างก็เห็นด้วยหาก คมเพชร ไปโกอินเตอร์ แต่บางกลุ่มก็มองว่าไม่ควรไปชกเนื่องจากนักชกไทยเสียเปรียบทุกประตู ทั้งเรื่องน้ำหนัก การชั่งน้ำหนักก็ต้องชั่งก่อน 1 วัน นอกจากนึ้ยังต้องชกแบบคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งมวยไทยเราไม่คุ้นเคย

สำหรับใครที่จะมาดับซ่าส์ เทนชิน จากการผ่านมวยคงไม่ธรรมดา ไม่ใช่เรื่องง่าย มังกร​เจ้า​ถิ่น​ อย่าง "เทนชิน นาสึกาว่า" นัก​ชก​ชาว​ญี่ปุ่น​ ผ่าน​เบอร์​ดีๆ​ มา​เพียบไม่ว่าจะเป็น​ ชนะน็อก วิสันเล็ก ซีทรานเฟอร์รี่, ชนะน็อก อำนาจ รื่นเริง, ชนะน็อก วันฉลอง พี.เค.แสนชัยฯ, ชนะน็อก เสือคิม พี.เค.แสนชัยฯ, ชนะคะแนน รถถัง จิตรเมืองนนท์ และ ชนะคะแนน กุมารดอย เพชรเจริญวิทย์

ที่มา : smmsport.com

18


แสงมณี ส.กาแฟมวยไทย ยอดมวยไทย ทำร่างการต่อเนื่องในยามโควิดพร้อมทุ่มเทการเรียนปริญญาโท แนะนำนักมวยรุ่นน้องๆเห็นความสำคัญของการศึกษาเพื่ออนาคตที่ดี

สำหรับเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประเทศไทยอีกครั้ง นั่นคือการกลับมาระบาดอีกระลอกของเชื้อโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบต่อวงการมวยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกครั้งหนึ่ง

แม้ว่าครั้งนี้บุคลากรในวงการมวยจะตั้งรับอย่างเต็มความสามารถึงทางออกในการทำให้ชีวิตยังต้องดำรงอยู่ แต่อย่างไรก็ตามยังมีนักมวยอีกกลุ่มหนึ่ง ยังต้องรักษาสุขภาพและเตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับการกลับมาอีกครั้งของการแข่งขันชกมวย

เช่นเดียวกันกับ ยอดมวยอย่าง แสงมณี ส.กาแฟมวยไทย เป็นอีกคนหนึ่งที่นอกจากต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอแล้ว เจ้าบอลหรือ แสงมณี ยังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ นั่นคือการศึกษาในระดับปริญญาโท หลักสูตรปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ซึ่งอยู่ในระหว่างทำโครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักมวยไทยอาชีพ ในค่ายมวยพื้นที่เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร



โดยเจ้าบอล แสงมณี เปิดเผยว่า “หลังจากที่ผมเรียนจบในระดับปริญญาตรี ทางบ้านก็อยากให้ต่อโทเลย ถามว่าเรียนยากมั๊ย ยากมากครับ ปริญญาโทเป็นการเรียนที่ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์เป็นส่วนใหญ่ ก็ค่อนข้างเหนื่อยและยากพอสมควร ประกอบกับต้องแบ่งเวลาในการเตรียมความพร้อมของร่างกายให้ฟิตอยู่เสมอ บอกเลย เหนื่อยมาก"

"แต่ก็นั่นแหละครับอาชีพชกมวยมันไม่แน่นอน การมีความรู้จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสในยามที่เราชกมวยไม่ไหวแล้ว ผมเชื่อว่านักมวยทุกคนอยากมีการศึกษาและมีอนาคตที่ดี แต่บางคนก็ยังมีภาระอื่นๆ ที่อาจจะทำให้ไปเรียนต่อไม่ได้ก็อยากให้น้องๆ นักมวยทุกคนเห็นความสำคัญของการศึกษา มุมมองของอนาคตเป็นสิ่งที่จะอำนวยสิ่งที่เรามีความมั่นคงในอนาคต การเรียนช่วยได้ครับ” แสงมณี กล่าว

ที่มา : smmsport.com

19


หนึ่งในนักมวยแม่เหล็กแห่งยุค ผู้เป็นเจ้าของหมัดซ้ายทรงพลังอันขึ้นชื่อไปทั่วประเทศ เคยกดคู่ชกหลับกลางอากาศมานับครั้งไม่ถ้วน

หน้า: [1] 2 3